‖Try For Love‖ Ch.15:คำพูด....

posted on 02 Apr 2011 22:14 by the-achromatic-room
 
 
‖คำพูด....‖
 
 

หลังจากที่นัทขับรถออกไปได้สักพักนึงแล้ว แต่ผมก็ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่เหมือนเดิม เพราะนัทดันทิ้งปัญหาคาใจเอาไว้ให้ผมอยู่ซะอย่างงั้น ชอบมาพูดให้คิดแล้วก็จากไป ชั่งเป็นคนที่กวนประสาทเสียจริงๆเลย แต่พอยืนคิดอยู่สักพักนึงก็ต้องยอมแพ้ เพราะมันคิดไม่ออกสักทีว่านัทเขาจะบอกอะไรกับผมในวันนี้ด้วย แล้วทำไมต้องไปบอกที่บาร์ล่ะ โทรมาบอกไม่ได้หรือไงกัน มันจะสำคัญอะไรกันนักกันหนา ทำเหมือนกับว่าจะสารภาพรักกับผมอย่างงั้นอะ……

 

                ‘เฮ้ย!!! สารภาพรัก’ ผมตกใจนิดหน่อยกับความคิดของตัวเองที่มันผุดขึ้นมาจากสมองซีกไหนก็ไม่รู้ จะบ้าหรือไง มันคงจะไม่ใช่อย่างนั้นหรอก เขายังบอกกับผมอยู่เลยว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน ผมนี่มันชั่งหวังอะไรลมๆแห้งๆซะเหลือเกิน มีความคิดทำร้ายตัวเองไปอย่างนั้น ทั้งๆที่ใจจริงลึกๆอยากให้มันเป็นความจริงจะตายอยู่แล้ว บ่นโน่นบ่นนี่กับตัวเองไปสักพักก็ต้องสะบัดความคิดที่ไร้สาระนั้นออกไปจากสมอง พร้อมกับรีบหิ้วกระเป๋าเดินเข้าบ้านไป

 

                แต่พอเดินเข้าบ้านมาก็ดันเจอทั้งป๊าและม๊าที่นั่งกันอย่างนัดหมายที่ห้องรับแขก เพื่อเป็นการไม่เสียมารยาทผมจึงเดินเข้าไปสวัสดีทักทายป๊ากับม๊าเสียหน่อย ด้วยความคิดถึง

 

                “ซินเป็นอะไรลูก ทำไมหน้าแดงๆ ไม่สบายหรือไง” ป๊าถามผมขึ้นมาทันทีที่ผมเดินเข้าไปหา

                “แดงหรอ…” ถามเสร็จก็ยกมือทั้งสองข้างจับหน้าตัวเอง ตัวก็ไม่ร้อนหนิหว่า สงสัยจะต้องเป็นตอนคิดเรื่องนัทแน่ๆเลยเรา อยากจะบ้าตายกับชีวิตของตัวเองให้มันรู้แล้วรู้รอดเหลือเกิน

                “อ๋อ!! สงสัยจะเพลียอากาศมั้งป๊า” ผมพูดปัดๆออกไปเพื่อปิดบังความจริง

                “งั้นลูกก็ขึ้นไปนอนไป เดินทางมาคงเหนื่อย” ม๊าสุดที่รักของผมพูดขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง

                “ก็ได้ครับ งั้นซินขอตัวนะ” พูดขอตัวเพื่อที่จะได้ขึ้นไปบนห้อง

                “เออ แล้วใครมาส่งล่ะ ซิน” ป๊าถาม

                “นัทไง นัทมาส่ง”

                “ทำไมไม่ชวนเขาเข้ามาในบ้านล่ะ ม๊าไม่ได้เจอหน้านัทตั้งหลายวันแล้ว” ม๊าเริ่มหันมาถามบ้าง

                “นัทกลับไปตั้งนานแล้ว ม๊า”

                “กลับไปตั้งนานแล้ว แล้วทำไมซินยังไม่เข้าบ้านล่ะลูก”

                “ก็….ก็..โอ๊ย!! ไม่คุยด้วยแล้ว ไปนอนดีกว่า” รีบพูดตัดบทไปเสียดื้อๆเพราะไม่รู้จะอธิบายอะไรให้ป๊ากับม๊าฟัง พร้อมกับหันไปหยิบกระเป๋าแล้วรีบวิ่งขึ้นห้องไปโดยทันที เมื่อเข้ามาถึงห้องก็โยนกระเป๋าไปซะคนละทิศคนละทาง เสร็จแล้วก็เดินโซซัดโซเซเพื่อไปทิ้งตัวนอนลงกับเตียงแสนนุ่มในทันที  เซ็งกับหัวใจตัวเองมากขึ้นทุกวันๆ แคร์นัทไปซะทุกเรื่อง โดยไม่หันกลับมามองดูตัวเองเลย ว่ายังจะสู้ไหวอยู่อีกหรือเปล่า ตั้งความหวังบ้าๆบอๆให้กับตัวเองเอาไว้ซะเยอะ ถ้าผิดหวังขึ้นมาเมื่อไร มีแต่ตายกับตายเท่านั้น ชีวิตคงจะไร้ค่าน่าดูเลยเรา

 

                “เฮ้อ~ อยากรู้จริงๆเลยว่านัทจะพูดอะไรกับซิน ข่าวดีหรือข่าวร้ายกันแน่นะ” บ่นพึมพำออกมาเหมือนคนที่ไม่มีสตินึกคิด พร้อมกับถอนหายใจออกมาแรงๆด้วยอาการสุดจะซึมเศร้า จนจู่ๆเปลือกตาของผมมันก็เริ่มหนักอึ้งขึ้นมาเลยๆ สติเริ่มเลอะเลือนอย่างไม่ประติดประต่อ อยากจะลุกไปอาบน้ำเสียก่อนที่จะหลับแต่ร่างกายมันไม่ค่อยจะยอมเชื่อฟังกันสักเท่าไร จนสุดท้ายก็ต้องเผยหลับไปจนได้

 

                .

                .

                .

                ครืดดดดดดดดดดดด  ครืดดดดดดด

                การสั่นสะเทือนของโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงทำให้ผมต้องสะดุ้งฮวบออกมาจากห้วงนินทาอันแสนหวานอย่างเลี่ยงไม่ได้ มือเล็กค่อยๆลากเข้าไปล้วงโทรศัทพ์ในกระเป๋ากางเกง ทั้งๆที่เปลือกตายังคงปิดสนิทเพราะยังสะลึมสะลืออยู่

                “ฮา…. โหล….” พอกดรับเสร็จก็ทักทายปลายสายออกไปด้วยน้ำเสียงงัวเงียสุดๆ

                “โห!! เสียง นอนอยู่หรอซิน” ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ผมคุ้นเคย

                “อืมมม…มี ไร อะ นัททท” ถามกลับไปเสียงยืดๆ

                “จะมากี่โมง”

                “ไม่ไปได้ป่ะ”

                “ไม่ได้!!!!”

                “ง่วงอะ นัท”

                “มานอนต่อที่บาร์ก็ได้”

                “จะบ้าหรอ เสียงดังอย่างนั้นใครมันจะไปหลับลงว่ะ”

                “ไปรับไหม”

                “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวไปหาเอง”

                “อีกกี่นาที”

                “อีก สองชั่งโมง”

                “นานชิบ”

                “ยังไม่ได้อาบน้ำเลย ขออาบน้ำก่อน”

                “เออๆ ถึงแล้วก็โทรมาบอกด้วยแล้วกัน”

                “อืม… เออๆๆ เดี๋ยวๆๆ”

                “อะไรอีก”

                “นัทจะบอกอะไรซินอะ บอกเลยไม่ได้หรอ”

                “ไม่ได้ รีบๆมาดิ แล้วจะบอก”

                “ชิ!!!” เกิดอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมานิดหน่อยกับนิสัยที่ชอบกวนประสาทของนัท มีอะไรจะบอกก็ไม่รีบบอก ชอบกั๊กไว้อยู่เลย อยากจะรู้ใจจะขาดอยู่แล้วเนี่ย บ่นต่ออีกนิดหน่อย ก่อนที่จะรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว กว่าจะอาบน้ำเสร็จก็ปาเข้าไปเป็นชั่วโมง แล้วไหนจะต้องแต่งตัวอีก มีหวังไปถึงโดนนัทเทศน์หูชาแน่ๆ  เมื่อทำกิจวัตรเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบเดินลงมาจากห้อง แต่ทำไมบ้านมันถึงมืดงี้อะ ไปไหนกันหมดเนี่ย ถ้าโจรเข้าบ้านมีหวังตายก่อนจะรู้เรื่องที่นัทจะบอกแน่ๆเลย สงสัยป๊ากับม๊าจะหนีไปเที่ยวปีใหม่กันสองคนอีกแล้ว…. คิดถึงป๊ากับม๊าไปก็รีบเดินไปที่โรงรถไป พอมาถึงรถได้ก็รีบสตาร์ทเครื่องออกไปในทันที เพราะกลัวนัทจะว่าที่มาช้าเกินกว่าเวลาที่นัดกันเอาไว้

 

                “โอ๊ย!!! ทำไมคนเยอะอย่างงี้เนี่ย แล้วจะมีที่จอดไหมอะ” พอขับรถเข้ามาถึงในบาร์ก็ต้องพบเจอกับลานจอดรถที่เต็มไปด้วยรถยี่ห้อต่างๆจอดเรียงกันเป็นตับจนหาช่องว่างไม่เจอ จึงต้องขับรถวนไปวนมาอยู่หลายต่อหลายรอบกว่าจะเจอที่จอดรถ แล้วที่จอดรถที่ได้ก็ดันไปอยู่ซะด้านหลังบาร์อีก เดินขาลากอะดิทีนี้

                ครืดดดดด… ครืดดดด

 

                “ใครโทรมาอีกว่ะ” บ่นออกมาอย่างหงุดหงิด

                “ฮัลโหล!!!” ตอบกลับปลายสายไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเพราะลืมตัว

                “ทำไมเสียงโหดอย่างนั้นล่ะลูก”

                “อ้าว ป๊าเองหรอ นี่ไปอยู่ที่ไหนเนี่ย ซินเดินลงมาไม่เห็นเจอ”

                “ป๊าอยู่ต่างจังหวัดกับม๊า”

                “โห!! ไม่น่าล่ะไม่เจอ แล้วก็ไม่บอกซินก่อนเลยนะ”

                “โทษทีลูก มีธุระด่วนล่ะ”

                “ไปสวีทกันอะซิ”

                “ก็มีด้วยนะ ลูก”

                “ไม่ชวนอะป๊า แล้วเมื่อไรจะกลับ”

                “อีก 2-3 วัน”

                “ครับๆ”

                “แล้วทำไรอยู่ล่ะ ซิน”

                “ออกมาหานัท เขาชวนมาฉลองปีใหม่”

                “อ้าวหรอ งั้นก็ชวนนัทเขากลับไปนอนเป็นเพื่อนซิลูก”

                “นัทอะนะป๊า รายนั้นจะได้กลับบ้านหรือเปล่าเหอะคืนนี้” คุยๆเถียงๆบ่นๆกับป๊าจนเดินมาถึงข้างห้องน้ำ ก็ได้ไปเจอกับไอ้คนที่พึ่งพูดถึงไปเมื่อไม่ถึงวิ กำลังยืนคุยอยู่กับรุ่นพี่ที่เป็นนักดนตรีที่บาร์แห่งนี้อยู่ นี่ผมไม่ได้เห็นหน้าพี่แกมาตั้งนานหลังจากตอนนั้นที่มาหานัทที่บาร์ครั้งแรกแล้วนะเนี่ย คิดได้อย่างนั้นก็ว่าจะเดินเข้าไปทักทายเสียหน่อย

                “ป๊างั้นแค่นี้ก่อนนะ เจอนัทแล้วอะ”

                “ได้ๆ ลูก รีบกลับบ้านล่ะ อย่าเถลไถลนะ”

                “ครับๆ ซินไม่ไปไหนหรอกน่า บาย” พอบอกลาป๊าเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็รีบก้าวเท้าเร็วๆเพื่อที่จะเดินไปหานัท

               

                “นี่มึงกับซินคบกันอยู่หรอ” แต่เสียงของรุ่นพี่ที่ถามนัทออกมากลับทำให้เท้าของผมหยุดชะงักลงในทันที พร้อมกับค่อยๆถอยหลังไปยืนอยู่ข้างพุ่มไม้ เพราะอยากแอบฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกัน ด้วยเสียงหัวใจของมันที่มันสั่นระรัวเพราะอยากรู้ว่านัทจะตอบพี่เขากลับมาว่าอะไร

                “ถามทำไมว่ะพี่”

                “ก็กูเห็นพักนี้มึงสองคนสนิทกันแปลกๆ”

                “แปลกตรงไหน”

                “แปลกตรงที่มันเหมือนแฟนกันยังไงล่ะมึง”

                “…………………………….”

                “นี่มึงเป็นเกย์หรอว่ะ ไอ้นัท”

                “………………………….”

                “อย่าเงียบดิว่ะมึง”

                “ไม่ได้เป็นเกย์นะโว๊ย …แล้วผมก็ไม่เคยคิดอยากจะเป็นด้วย พี่ถามอะไรของพี่ว่ะ ก็น่าจะรู้จักผมดีนิหว่า พวกผู้ชายอย่างนั้นผมไม่เอาด้วยหรอกพี่” คำพูดของนัทมันทำให้ผมอึ้งไปชั่วขณะ เสียงรอบข้างที่ตอนแรกดังไปด้วยเสียงคุยของผู้คนมากมายที่เดินผ่านกันไปมา แต่ตอนนี้เสียงที่เคยได้ยินมันกับอื้อไปหมด เท้าของผมอยู่ๆกันก็ค่อยๆก้าวถอยหลังออกมา เหมือนกับว่ามันไม่อยากที่จะต้องมารับรู้อะไรอีกแล้ว พร้อมกับอาการจุกที่อกที่มันเกิดขึ้นจนทำให้ผมรู้สึกว่าผมเริ่มที่จะหายใจไม่ค่อยออกขึ้นทุกทีๆ ‘นี่ใช่ไหมสิ่งที่นัทอยากจะบอกกับซิน’

                “โอ๊ย!!!” แต่เพราะไม่ได้ระวังตัวเลยทำให้ถอยไปชนกับคนอื่นเข้าจนได้

                “ขอโทษ ครับ” พอตั้งหลักได้ก็รีบหันกลับไปขอโทษคนที่ผมพึ่งชนไปเมื่อกี้ ดีนะที่เขาไม่ว่าอะไร

                “ซิน!!!” และแล้วเสียงของนัทก็ดันเรียกผมขึ้นมาจากด้านหลัง

                “…………” แต่ผมกลับไม่ยอมตอบกลับเสียงนั้นหรือแม้แต่จะหันกลับไปมอง พร้อมกับรีบก้าวเท้ายาวๆเดินหนีออกมาเสียดื้อๆ

                “เฮ้ย!!ซิน รอเราด้วยดิ” ผมยังคงได้ยินเสียงของนัทไล่ตามหลังผมอยู่ แต่ถึงอย่างไงผมก็จะไม่ยอมหันหลังกลับไปเด็ดขาด เพราะตอนนี้ผมไม่อยากที่จะเห็นหน้าของเขาแม้แต่นิดเดียว

                “ซิน…” นัทเรียกผมขึ้นพร้อมกับมือของเขาที่เอื้อมมาดึงแขนผมไว้

                “ปล่อย!!!” ผมทำเสียงดุๆใส่นัทไป แต่ก็ยังไม่ได้หันไปหาเขาดูดี

                “เป็นอะไร แล้วเดินหนีเราทำไม” นัทถามผมพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆผมมากกว่าเดิม

                “จะไปไหนก็ไปเลย อย่ามายุ่งกับซินนะ” ผมตะโกนใส่หน้านัท ก่อนที่จะใช่มือทั้งสองข้างผลักอกของนัทจนนัทเสียหลักล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้น  พอเห็นอย่างนั้นแล้วก็รีบหันหลังกลับแล้ววิ่งไปที่ลานจอดรถในทั้งที ทั้งๆที่ใจจริงอยากจะหันกลับไปฉุดนัทขึ้นมาแท้ๆ เมื่อวิ่งมาถึงรถก็รีบสตาร์ทเครื่องออกไปในทันที ขับรถออกไปอย่างเรื่อยเปื่อย ณ ตอนนี้เหมือนหัวใจผมมันจะทนรับกับเรื่องเมื่อสักครู่ไม่ได้อีกแล้ว เจ็บ… เจ็บจี๊ดจนเกินเยียวยา ทุกคำพูดของนัทที่พูดออกมาในทุกๆคำมันเหมือนกับจะทำให้ผมหายใจไม่ออก ที่ผ่านมา ทุกๆอย่างที่นัททำกับผม คำพูดต่างๆนาๆที่ทำให้ผมลุ่มหลง ดีอกดีใจ ที่แท้มันก็คงเป็นแค่ความสนุกนึกคิดของเขาเท่านั้นใช่ไหม ผมมันบ้าเองนั้นแหละที่ไปคิดเกินเลยกว่านั้น คิดอะไรเพ้อเจ้อ บ้าบอ อยู่คนเดียว

 

                ณ ตอนนี้ผมกำลังขับรถไปไหนต่อไหนอย่างไร้จุดหมาย เพราะไม่รู้จิตใจตัวเองว่าจะเดินไปทางไหนต่อ สับสนวุ่นวายและอ่อนล้าไปในเวลาเดียวกัน ดูเหมือนเวลามันเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้าซะเหลือเกิน พร้อมกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังเป็นระยะๆอย่างไม่ขาดสาย แต่พอรู้ว่าใครเป็นคนโทรมา ก็ต้องรีบเขวี้ยงมันไปที่เบาะหลังในทันที ไม่อยากเจอหน้า ไม่อยากได้ยินเสียง ไม่อยากข้องเกี่ยวกับคนๆนี้อีกเลย อยากจะลืมเขาไปให้เร็วที่สุด แต่หน้าของเขากลับปรากฏชัดเจนอยู่ในความทรงจำ จนน่าปวดใจ ยิ่งพยายามลืมเขามากเพียงใด เขายิ่งกลับมาทำร้ายผมมากเท่านั้น

                แต่แล้วสุดท้ายผมก็ไม่รู้จะไปทางไหนอยู่ดี ที่สุดท้ายที่ผมคุ้นเคยมากที่สุดก็คงจะเป็นบ้านของผมนั้นแหละ การกลับบ้านคงจะเป็นอะไรที่ดีที่สุดในความคิดของผมในตอนนี้ แต่เมื่อวนรถกลับไปถึงบ้านแล้ว ผมพึ่งรู้ว่าที่จริงแล้วความคิดของผมมันเป็นอะไรที่ผิดพลาดซะเหลือเกิน ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ ทำไมผมต้องกลับมาเจอเขาอีก แต่เมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้วผมก็ไม่อยากที่จะหลบหน้านัทอีกต่อไป อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด ผมควรที่จะต้องยอมรับความเป็นจริงที่น่าเจ็บปวดนี้ ผมไม่อยากที่จะทำให้เขาต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนกับผมอีกแล้ว ถ้านัทอยากเป็นแค่เพื่อน ซินก็จะเป็นเพื่อนกับนัท  …..ผมขับรถตรงไปที่โรงรถเพื่อที่จะจอดมัน เมื่อเดินลงมาก็ต้องพบกับเขาที่ขณะนี้ยืนพิงประตูรถอยู่ พร้อมกับสายตาที่จ้องมามองยังผมอย่างนิ่งๆ พอเห็นอย่างนั้นก็เลยคิดว่าไม่อยากที่จะสนใจ เลยแกล้งทำเป็นเดินไปไขประตูบ้านโดยทำเหมือนกับว่าผมมองไม่เห็นเขาเลย ณ ตอนนี้

                “ไปไหนมา…” นัทเอ่ยถามผมเสียงนิ่งๆ

                “……………” แต่ผมก็ไม่ยอมตอบอะไรเขากลับไป

                “ซิน เป็นอะไรว่ะ ทำไมที่บาร์ถึงต้องเดินหนีเราด้วย” นัทถามผมอีกครั้งหนึ่ง

                “………………………….” แต่ถึงยังไงผมก็จะไม่ยอมตอบอะไรเขากลับไปเด็ดขาด พอไขประตูบ้านได้แล้วก็รีบเดินเข้าบ้านไปพร้อมกับจะหันไปปิดประตู แต่นัทก็ใช้มือของเขาดึงไว้ก่อน ผมจึงพยายามผลักไปเผื่อที่จะให้ประตูมันปิด แต่นัทเขาก็ดันกลับมาอยู่ดี พอรู้ว่าสู้อย่างไงก็คงไม่ชนะ ก็เลยปล่อยประตูนั้นซะ แล้วเดินเข้าบ้านไปซะเลย

                “ทำไมเราพูดด้วยแล้วไม่ตอบเราล่ะ ซิน” นัทพูด ก่อนจะรั้งแขนผมไว้เมื่อเราสองคนเดินเข้ามาในบ้านแล้ว

                “ปล่อย!!” แต่ผมกลับตอบออกไปเสียงห้วนๆพร้อมกับสะบัดแขนให้หลุดจากมือของเขา

                “ไม่ปล่อย!! จนกว่าจะพูดกับเราดีๆ” นัททำเสียงดุใส่ผมพร้อมกับบีบแขนผมแรงๆเหมือนกับว่ากำลังโมโห

                “นัท! ซินเจ็บนะ” ผมท้วงเขาออกไปจึงทำให้เขาคลายมือที่บีบแขนผมลงไปบ้าง

                “เราถามก็ตอบเราดิ ซิน ว่าเป็นอะไร” 

                “เป็นคนที่นัทไม่รักไง!!!!”

  

 

 

 

 

edit @ 15 Apr 2011 06:51:56 by ★ ‧Achromatic‧ ★