‖Try For Love‖ Ch.16:ตกลงเราเป็นอะไรกัน…?
posted on 14 Apr 2011 18:12 by the-achromatic-room
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
‖ตกลงเราเป็นอะไรกัน…?‖
“เราถามก็ตอบเราดิ ซิน ว่าเป็นอะไร”
“เป็นคนที่นัทไม่รักไง” ผมพูดออกมาเบาๆ
“ว่าไงนะ” นัทเดินเข้ามาประชิดตัวผมเข้าไปอีก
“อย่ามายุ่งกับซินนะ!!” ผมพูดกลับไปพร้อมสะบัดแขนให้แรงกว่าเดิมจนทำให้แขนของผมหลุดจากมือของนัทได้ พร้อมกับรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้อง แต่ถึงอย่างไงนัทก็วิ่งตามผมขึ้นมาอยู่ดี เมื่อผมเดินมาถึงห้องก็รีบเปิดเข้าไปแล้วล็อคห้องในทันทีพร้อมกับรีบเดินไปทรุดตัวลงอยู่ข้างเตียงเพราะอาการเหนื่อยที่เมื่อสักครู่นี้แข่งแรงกับนัทอยู่
ก๊อกๆๆๆ
“ซิน ออกมาคุยกับเราให้รู้เรื่องดิ”
“…………….”
“ซิน จะออกมาไหม”
“……………………”
“คิดว่าล็อคประตูแล้วหนีพ้นหรอ เรามีกุญแจห้องนะ” นัทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ จนผมต้องรีบลุกขึ้นมาจากพื้นเพื่อที่จะไปดึงประตูห้องเอาไว้ นี่ผมลืมไปเสียสนิทเลยว่านัทมีกุญแจห้อง ผมนี่มันโง่จริงๆเลยแพ้ทางนัทตลอดเวลา ผมจึงรีบวิ่งไปที่ประตูแต่พอก้าวเท้าจะไปถึงก็คงจะไม่ทันซะแล้วเพราะพอจะเอื้อมไปจับลูกบิด เสียงกุญแจที่ใช้ไขก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่าประตูห้องได้ถูกเปิดเข้ามาแล้ว ณ ตอนนี้คงจะทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากดึงประตูห้องไว้ แต่ดูเหมือนมันจะเป็นความคิดที่มันคงไม่เข้าท่าสักเท่าไร แรงที่ผมมีกับแรงที่นัทมีดูมันจะต่างกันเยอะ เพราะพอดึงกันไปดึงกันมานัทเขาก็เป็นฝ่ายชนะ เมื่อนัทเปิดประตูเข้ามาได้ก็รีบแทรกตัวเข้ามาพร้อมกับยืนบังประตูห้องไว้โดยที่มืออีกข้างหนึ่งเอื้อมไปล๊อคกรประตูห้องอย่างรวดเร็ว จนผมต้องก้าวเท้าถอยหลังออกมาเรื่อยๆด้วยสีหน้าตกใจ
“หนีไม่ได้แล้วนะซิน ไหนบอกเรามาดิว่าหลบหน้าเราทำไม” นัทพูดเสียงดุใส่ผมจนผมต้องค่อยๆก้าวถอยหลังไปอีก แต่ก็ยังคงจ้องหน้านัทอยู่อย่างนั้น
“ซิน มีอะไรก็พูดกับเราดีๆดิ อย่าทำอย่างนี้ได้ไหมเราไม่ชอบ” นัทคะตอกใส่ผมเพราะคงจะอารมณ์เสีย
“ก็ใช่ซิ นัทไม่ได้ชอบซินหนิ ซินทำอะไรไปก็คงไม่ถูกใจนัทหรอก” ในเมื่อนัทตะคอกผมมาผมก็ตะคอกกลับไปบ้างด้วยอาการเหลืออด
“พูดอะไรหนะซิน”
“ถ้านัทไม่ได้ชอบซิน แล้วนัทมาให้ความหวังกับซินทำไม”
“………………… ”
“ทำไมต้องมาดูแล ทำไมต้องมาพูดดีด้วย มาทำอย่างนี้กับซินทำไมกัน ถ้าไม่เคยคิดกับซินเกินเลยไปกว่านั้น แล้วมาทำดีกับซินเพื่ออะไร ซินก็มีหัวใจนะ”
“…………………..”
“ทำไมล่ะนัท ทำไม”
“………………….”
“ทำไมต้องทำให้ซินรักนัทด้วย”
“ซิน..”
“รัก..รักมาก รักจนไม่รู้จะทำอย่างไงแล้ว ฮือๆ ฮึกๆ” พูดไปน้ำตาที่กักเก็บไว้ก็เริ่มจะต้านไหวไม่อยู่จนมันเอ่อล้นออกมาอาบข้างแก้ม
“ฮือ ฮื้อๆ ทำ..ไมล่ะ นัท ฮึกๆ” น้ำตามันไหลออกมามากมายซะจนพูดจาไม่ได้ศัพท์ สะอึกสะอื้นเหมือนคนบ้า ผมไม่กล้ามองหน้าเขาเลย ไม่กล้าเลยสักนิด ผมพูดทุกๆอย่างออกมาอย่างกลั้นใจ ระบายมันออกมาเสียสุดอย่างที่อยู่ในใจ อยากที่จะให้เขารู้บ้างว่าความรู้สึกของเราในตอนนี้เป็นเช่นไร ดูนัทจะอึ้งๆไปกลับการกระทำของผมที่แสดงออกมาอยู่ไม่น้อย ดูเขาจะนิ่งๆไปสักพักแล้วจู่ๆก็เดินเอามาสวมกอดผมเอาไว้เสียแน่นจนคางของผมเกยอยู่บนไหล่ของเขา นัทไม่ยอมพูดอะไรสักอย่าง เงียบอยู่อย่างนั้น แต่คงจะมีแต่น้ำตาของผมที่มันยังไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนจนรู้สึกได้ว่าไหล่ของนัทชุบไปด้วยน้ำตาของผม
“ปล่อยนะ ฮึกๆ อย่าทำอย่างนี้เลย” ผมท้วงนัทออกมาเสียงสั่นๆเพื่อต้านความรู้สึกไว้
“ไม่..เราไม่ยอมปล่อยซินเด็ดขาด” นัทตอบผมเสียงแข็ง
“ขอร้องเถอะนัท อย่าทำร้ายซินไปมากกว่านี้เลยนะ ฮึกๆ” พูดไปพร้อมกับหลับตาไว้แน่นพยายามหักห้ามใจ
“………………….”
“ปล่อยนะ ปล่อ…อุ๊บ...อื้อ” พูดยังไม่ทันจบประโยคริมฝีปากของนัทก็เข้าทาบทับริมฝีปากของผมอย่างรวดเร็วและรุนแรง มือของเขาเข้าประคองโครงหน้าของผมไว้ไม่ให้หันหนีไปไหน ส่วนผมที่ได้แต่อึ้งก็ถูกล่วงเกินไปซะนาน เมื่อตั้งสติได้ก็ใช้มือทั้งสองข้างตีโพยตีพายเข้าไปที่ไหล่ของเขาอย่างแรงเพราะเริ่มขาดอาการหายใจ แต่ดูเหมือนนัทจะไม่ยอมฟังการคัดค้านของผมเลยสักนิด พร้อมกับบดขยี้ริมฝีปากผมจนมันทำให้ผมเริ่มเผลอไผลไปกับรสจูบอันหวานหอมนั้นจนได้ ฝ่ามือที่เคยทุบตีเริ่มอ่อนกำลังลงจนหยุดนิ่งรู้สึกได้ว่าร่างกายเริ่มอ่อนแรงจนขาเริ่มสั่น และจู่ๆนัทก็ค่อยๆแทรกเข่าข้างนึงเข้ามาตรงหว่างขาผมเหมือนจะรั้งตัวผมไว้ไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น จนเวลาผ่านไปได้สักพักนัทก็ยอมถอนริมฝีปากของเขาออกอย่างช้าๆ แต่ผมกลับคิดว่ามันช้ามากจนเหมือนเวลามันหยุดเดินไปซะแล้ว แม้จะถอนริมฝีปากออกมาแล้วปากของนัทก็ยังคงจรดอยู่ที่ปากของผมอยู่ดี เมื่อปากของผมเป็นอิสระได้ เสียงลมหายใจก็ดังขึ้นมาในทันทีเพราะผมขาดลมหายใจเป็นเวลานาน และนัทก็คงจะไม่ต่างกัน เพราะต่างคนก็ต่างหอบออกมาเพื่อกอบโกยอากาศหายใจเข้าไปให้มากที่สุดจน ณ ตอนนี้เสียงหายใจของทั้งสองฝ่ายดังประสานกันอยู่ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องกว้าง มือของนัทที่จับโครงหน้าผมอยู่ค่อยๆลากเลื่อนปลายนิ้วโป้งไล้คราบน้ำตาของผม
ส่วนปากของเขาที่ยังแตะไว้ที่ปากของผมเริ่มกดจูบลงมาอีกครั้ง และอีกครั้ง อย่างช่ำชอง ดูดกัดริมฝีปากผมอยู่อย่างนี้จนผมเหมือนได้รสคาวเลือด
“อื้ออออ” ผมส่งเสียงในลำคอของผมให้ดังขึ้นเพราะเริ่มจะทนไม่ไว้กับเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว กลัวจะเผลอไผลไปจนถอนตัวกลับไม่ได้ พยายามดันไหล่นัทออกไปอย่างแรงๆ จนนัทเริ่มหยุดการกระทำ
“พอแล้ว พอเถอะ” ผมพูดออกมาด้วยเสียงสั่นๆ
“…………”
“ซินไม่ไหวแล้วนัท” ผมร้องขอออกมาเพราะสุดจะทนกับสัมผัสของเขา
“เราก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน” เสียงทุ้มกดเสียงต่ำลงไปอีกบ่งบอกถึงความต้องการที่กำลังเอ่อล้นอยู่
“………….”
“เราไม่ไหวแล้ว” เสียงทุ้มที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงใจ พร้อมกับริมฝีปากหนาที่เริ่มกดจูบลงไปที่ริมฝีปากบางอีกรอบหนึ่ง ขบเม้มริมฝีปากบางเป็นการขออนุญาต เพื่อที่จะสอดลิ้นหนาเข้าไปในโพรงปาก ส่วนลิ้นเล็กก็ตอบกลับสัมผัสร้อนนั้นอย่างไม่ค่อยประสีประสาสักเท่าไร พร้อมกับมือของนัทที่ดันไหล่ผมให้ถอยไปเรื่อยๆจนขาของผมชนเข้ากับขอบเตียงแล้วล้มลงไปนอนอย่างว่าง่ายบนเตียงแสนนุ่ม ส่วนมือหนาที่เคยจับไหล่อยู่ค่อยๆเลื่อนเข้ามาปลดกระดุมเสื้อตัวบางของผมทีละเม็ดอย่างไม่รีบร้อน พร้อมกับลิ้นที่ยังคงตวัดเก็บเกี่ยวความหวานอยู่ในโพรงปากของผมครั้งแล้วครั้งเล่า ดูดดึงริมฝีปากบางซะบวมเจ่อแล้วค่อยๆลากลิ้นหนาลงจากเรื่อยๆจนถึงซอกคอขาวเนียน กดจูบ ซูดดมกลิ่นหอมจากซอกคอด้วยความใคร่ พร้อมกับดูดเม้มซะจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำๆทุกที่ที่ริมฝีปากหนาลากผ่าน
“อื้อ~” เพราะการเผลอไผลไปกับการกระทำของนัททำให้ผมครางออกมาอย่างลืมตัว พอรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรออกไปจึงรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประกบปากตัวเองไว้ในทันที เพราะความอาย
นัทเงยหน้าขึ้นมามองผมแปปนึงแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรผมเลย พร้อมกลับค่อยๆก้มลงไป ต่ำว่าเดิมนิดหน่อย
เพื่อที่จะโลมเลียยอดอกของผมด้วยปลายลิ้นหนา ความร้อนชื้นจากลิ้นของเขาทำให้ผมควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้
“...อ๊ะ” เสียงเล็กเล็ดลอดออกมาจากฝ่ามือที่ปิดปากไว้อย่างห้ามปรามไม่อยู่ จนผมต้องพยายามเม้มริมฝีปากไว้เพื่อกักเก็บอารมณ์ที่พุ่งพลามเพราะความอายที่มากมายจนทำให้ทั้งผิวหน้าและผิวกายแดงซ่านไปหมด
เมื่อร่างหนาเห็นว่าร่างที่อยู่ใต้ร่างของตนเริ่มที่จะควบคุมตนเองไว้ไม่อยู่ มือหนาก็เริ่มเลื่อนลงมาปลดกระดุมกางเกงในทั้งที จนมือของผมต้องรีบจับหมับเข้าไปที่มือของเขาที่คาอยู่ที่ซิปกางเกงของผม
“นัท…พอเถอะ” ผมจับมือของนัทไว้แน่นเพื่อไม่ให้เขาดึงซิปกางเกงของผมลากลงมา แต่ดูเขาจะไม่ฟังอะไรเลยแม้แต่น้อยพร้อมกับพยายามลากซิปกางเกงของผมลงมาอยู่ดี
“นัท~” ผมท้วงเขาอีกครั้งนึงแล้วพยายามที่จะดึงมือของเขาออก แต่จู่ๆเขาก็กดจูบลงมาที่ปากผมไว้จนผมต้องรีบยกมือขึ้นมาทุบไหล่นัท จนเขามีโอกาสที่จะดึงซิปกางเกงของผมได้อย่างง่ายดาย
“พอเถอะนะนัท ซินขอร้อง อย่าเลยนะ” ผมรีบท้วงนัทออกมาเพื่อที่จะห้ามเขาไว้ก่อนทั้งๆที่รู้ดีแก่ใจตัวเองว่ามันคงจะไม่ทันเสียแล้ว จนนัทหยุดการกระทำแล้วมองหน้าผมนิ่ง มือหนาค่อยๆเอื้อมไปจับมือเล็กขึ้นมาแล้วยกมือเล็กขึ้นไปทาบไว้บนอกข้างซ้ายของตน จนทำให้ผมตกใจกับสิ่งที่นัททำ
“รู้สึกไหมว่าจังหวะหัวใจของเราเป็นอย่างไง” นัทพูดออกมาแค่เท่านั้นแล้วก็ก้มลงมามองหน้าผมที่ตอนนี้คราบน้ำตาที่เคยแห้งจางไป มันได้หวนกับมาอีกครั้งหนึ่งเพราะจังหวะหัวใจของนัท มันทั้งเต้นรัว แรงและเร็วไม่ต่างจากจังหวะหัวใจของผมเลย นี่มันอะไรกัน ผมงงไปหมดแล้วตกลงอะไรกันแน่คือความในใจของนัทจริงๆ
เรื่องราวมากมายมันตีกลับกันไปมาอยู่ในหัวของผมด้วยความสับสน วุ่นวาย น้ำตาเอ่อรินออกมาหนักกว่าเดิมหลายต่อหลายเท่า
“นัท…” ผมเอ่ยชื่อของคนที่กำลังคร่อมผมไว้ออกมา ภาพของนัทมันดูจะไม่ชัดสักเท่าไร เพราะเม็ดน้ำตาปกปิดไว้หมด
“ซินไม่รู้จริงๆหรอว่าเรา รู้สึกอย่างไงกับซิน” เสียงของนัทที่เอ่ยออกมามันทั้งอ่อนโยนและจริงใจ ดวงตาของเขาจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่วางตา ใบหน้าของนัทก้มลงมาเรื่อยๆเหมือนมีแรงดึงดูด จนริมฝีปากหนาค่อยๆจูบเข้าที่เปลือกตาบางอย่างอ่อนโยน พร้อมกับปลายลิ้นหนาที่กวาดเลียคราบน้ำตาเอาไว้ มือของเขายกขึ้นมาลูบผมหยักลอนของผมไว้อย่างเบามือ พร้อมกับปลายนิ้วชี้ของเขาที่ไล้ผ่านโครงหน้าของผมจนผมต้องหลับตาแน่น
“เราขอนะ ซิน” นัทกล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันชั่งอ่อนโยนเกินจะห้ามใจ แล้วมือหนาก็ค่อยๆเอื้อมไปดึงกางเกงยีนตัวโปรดของผมพร้อมชั้นในให้หลุดลงมา ณ ตอนนี้ผมต้องข่มตาเอาไว้แน่นไม่กล้าลืมตาเลย กลัวจนตัวสั่นไปหมด แม้กระทั้งริมฝีปากที่ยังต้องกัดเม้มไว้แน่น
“จะหลับตาทำไมกัน ตาซินออกจะสวยนะ รู้ไหม” นัทพูดออกมาด้วยน้ำเสียงน่าหลงไหล
“…………..” แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่กล้าที่จะลืมตาขึ้นมาอยู่ดี
“ลืมตามามองหน้าเราซิ” ผมรู้สึกได้ว่ามือของนัทกำลังประคองโครงหน้าของผมอยู่
“ซินกลัวอะนัท” ผมพูดออกไปเสียงสั่นๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรงจนฉุดไว้ไม่อยู่
“กลัวอะไรครับคนดี นัทอยู่ตรงนี้แล้วไง ลืมตาขึ้นมาสิครับ” เมื่อเขาพูดจบได้สักพักนึง ผมก็ค่อยๆหรี่ตาขึ้นมาทีละนิดจนเห็นสายตาที่อ่อนโยนของเขานั้นกำลังจ้องมองผมอยู่
“เห็นไหมนัทบอกแล้ว ว่าตาซินหนะ สวย” พูดจบ ร่างหนาก็ค่อยๆก้มลงมาจูบหางตาของผม จนผมต้องเคียงคอหลบเพราะความเขิน ปลายจมูกของนัทลากผ่านใบหน้าลงมาซูดดมที่ปลายคางพร้อมกลับกดจูบลงไปจนผมต้องเงยคางขึ้นเพราะเกิดอาการขนลุก แต่แล้วมือหนาก็เลื่อนลงมาลูบเข้าที่ส่วนอ่อนไหวของผมในทันที
“เฮือก” ผมสะดุ้งสุดตัวพร้อมกับเกร็งขาเอาไว้ด้วยอาการสั่นเทา มือของผมรีบถอยลงไปจับข้อมือของนัทเอาไว้แน่น แม้มือของนัทจะทำอะไรต่อมิอะไรอยู่ ปากของเขาก็ยังคงโลมเลียซอกคอของผมอยู่เหมือนเดิมจนผมไม่รู้จะห้ามการกระทำไหนของนัทก่อนดี
“นัท… อย่า” ผมท้วงของมาโดนที่กำข้อมือนัทไว้แน่น
“หน่า..เดี๋ยวก็ดีขึ้น” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ของนัทดังขึ้นอยู่ที่ซอกคอของผม พร้อมกับมือของเขาที่เริ่มเร่งสัมผัสที่จาบจ้วงนั้นอย่างเป็นจังหวะลูบไล้ส่วนอ่อนไหวของผมจนตื่นตัวอย่างห้ามไว้ไม่ได้เลย ผมพยายามแกร่งทั้งขาและมือไว้เพราะเริ่มจะทนไม่ไหว เม้มริมฝีปากไว้แน่นเพราะกลัวจะมีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาอีก เนื้อตัวแดงซ่านมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก สัมผัสอันร้อนเร้าจากมือของนัทค่อยๆเร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆอย่างช่ำชอง จนทำมันให้สติของผมใกล้จะหลุดลอย จากที่ตอนแรกเม้มริมฝีปากไว้ ณ ตอนนี้เปลี่ยนมากัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่นจนได้รสคาวเลือดเพื่อที่จะกักกลั้นอารมณ์ที่มันเริ่มควบคุมไว้ไม่อยู่ เมื่อร่างหนาเห็นเข้าก็ค่อยๆเลื่อนใบหน้าขึ้นมาหาผม พร้อมกับใช้ฟันขบลงไปแรงๆที่ริมฝีบางของผม
“อ๊ะ.” เสียงของผมเล็ดลอดออกมาเป็นเกิดอาการตกใจ จนเป็นโอกาสที่นัทจะได้ใช้ลิ้นหนาสอดแทรกเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ลิ้นสากๆของนัทเข้าเกี่ยวพันลิ้นของผมในทันทีเพื่อเป็นจากเพิ่มอารมณ์ใคร่ให้ทั้งเขาและตัวผมเอง
ทั้งด้านบนและด้านล่างถูกปรนเปรอไปพร้อมๆกัน ทั้งรุนแรงและเร่งเร็วมากขึ้นเรื่อยๆจนใกล้จะถึงขีดสุดของอารมณ์ และแล้วร่างเล็กก็กระตุกเฮือกพร้อมกับปลดปล่อยของเหลวขุ่นออกมาเปรอะเปรื้อนมือหนา
“อา..” เสียงครางหวานหลุดปล่อยออกมาเป็นในทันทีที่ริมฝีปากบางถูกปล่อยเป็นอิสระ พร้อมกับรีบกอบโกยอาการหายใจเอาไปเต็มปอด พร้อมกับร่างกายที่รู้สึกได้ว่าเรี่ยวแรงมันขาดหายออกไปทุกทีๆ เมื่อเป็นอิสระได้ไม่นานนิ้วหนาของนัทก็เริ่มสอดแทรกเอามาในส่วนล่างของร่างกายในทั้งที จนเกิดอาการสะดุ้งไปกับการกระทำนั้นอย่างถึงขีดสุด
“อื้อออ..พอแล้ว” ผมครางออกมาในทันทีที่นิ้วของนัทเริ่มขยับไปมา บิดตัวเกร็งแน่น อยากที่จะขัดขืนให้มากกว่านี้แต่ร่างกายมันไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะต้านเลย เหมือนมือไม้ แข้งขามันอ่อนแรงไปหมด
“นัท… เจ็บ พอได้แล้ว อื้อ” พึมพำออกมาด้วยใบหน้าแดงซ่าน เพราะนิ้วของนัทเริ่มเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆพร้อมกับจังหวะการสอดใส่ที่เร่งมากขึ้นเช่นกัน มือของผมจิกผ้าปูที่นอนไว้เหมือนจะ กระชากมันให้ขาด พร้อมกับร่างกายที่บิดเกร็งมาขึ้นไปทุกทีๆ
“อื้อ” มือผมค่อยๆยกขึ้นมายึดไหล่เกร็งของนัทไว้แน่น อยากจะกักเก็บเสียงไว้แต่ก็เริ่มที่จะเก็บไว้ไม่อยู่เพราะอารมณ์ ตัณหามันทวีคูณมาขึ้นเรื่อยๆ ส่วนช่องทางก็ถูกนิ้วสอดใส่ไปมาอยู่อย่างนั้นเพื่อสร้างความคุ้นเคยให้มากขึ้นและมากขึ้น
“อะ…อา” ร่างบางกระตุกในทันทีที่นิ้วหนาที่เคยสอดใส่ถูกถอนออกมา เมื่อช่องทางเป็นอิสระแล้วดูเหมือนร่างกายมันจะดูขึ้น ผมนอนหอบอยู่บนเตียงนิ่งๆ ด้วยอาการอ่อนล้า พร้อมกับจ้องมาร่างเบื้องบนที่กำลังถอดเสื้อและกางเกงอยู่ ร่างสมส่วนของนัท บวกกับผิวกายที่เนียนนวลมันทำให้ผมต้องเสหน้าหันไปทางอีกด้วยความอาย
“อย่ายั่วกันซิครับ ซิน” นัทก้มลงมากระซิบข้างหูผม พร้อมกับขบกัดใบหูจนผมขนลุกซู่ไปหมด และยังไม่ทันจะตั้งตัวอะไรเลยอยู่ๆมือแกร่งก็ยกขาทั้งสองของผมขึ้นพาดไว้ที่ไหล่ พร้อมกับสิ่งแปลกปลอมบางอย่างที่สอดใส่เขามาที่ด้านล่างโดยที่ผมยังไม่ทั้งจะได้ตั้งตัว
“อื้อออ เจ็บ…อื้ออ” ผมครางออกมาในทันทีที่ผมรับรู้ได้ พร้อมกับยกมือขึ้นมาดันไหล่นัทไว้ แม้ทั้งขาและแขนจะเกร็งไปหมดก็ตาม
“ไม่นะ เจ็บ อื้ออ” ร้องออกมาไม่เป็นศัพท์เพราะมันเจ็บซะเกินเยียวยา
“อย่าเกร็งนะ” นัทเอ่ยออกมาพร้อมกับค่อยๆสอดใส่แก่นกายเข้าไปจนหมด จนร่างเล็กต้องเกร็งเพราะอาการเจ็บมันมากมายเหลือเกิน จนร่างหนารับรู้ได้จึงค่อยๆก้มลงไปกดจูบที่ริมฝีปากบางอีกรอบเพื่อสร้างอารมณ์ แล้วร่างหนาก็ค่อยๆขยับแก่นกายเข้าออกช้าๆเพื่อสร้างความเคยชิน แต่ความรู้สึกเจ็บแปลบก็ได้แผ่เข้ามาในทันทีที่ร่างกายด้านบนขยับ จนผมต้องกัดริมฝีปากที่บวมเจ่อนั้นไว้แน่น มันเจ็บจนน้ำตาเล็ดออกมาคลออยู่ที่ขอบตา
“อา…ข้างในร้อนมากเลย ซิน” เสียงครางต่ำของร่างหนาบ่งบอกถึงความพอใจในการกระทำครั้งนี้อย่างสุดๆ
“อ๊ะ…อื้อ” มือทั้งสองข้างกุมปิดปากเอาไว้แต่เสียงก็ยังคงเล็ดลอดออกมาอยู่ดี
“ร้องออกมาเถอะ นัทอยากได้ยินเสียงซินนะ” นัทกระซิบข้างหูผมพร้อมกับแก่นกายของเขาที่ยังคงขยับเข้าออกอยู่ และยังคงเร่งจังหวะมากขึ้นเรื่อยๆมื่อเห็นร่างบางเริ่มที่จะเคยชินกับมันแล้ว ณ ตอนนี้ความรู้สึกของผมมันมากมายเหลือเกิน ทั้งเจ็บแปลบและสุขสมไปพร้อมๆ เหมือนจะควบคุมอะไรตัวเองไว้ไม่ได้เลย
“บอกแล้วไง ว่าร้องออกมาเถอะ อย่าทนเลย” นัทพูดจบก็จับมือทั้งสองข้างของผมให้มาโอบไว้ที่คอของเขา แล้วผมก็ทำตามเขาอย่างว่าง่าย จังหวะร้อนยังคงดำเนินต่อไปอย่างช่ำชองตามทิศทางของร่างหนาที่เป็นคนควบคุมจังหวะ จากที่เคยเชื่องช้า ก็เริ่มเร่งเร้ามากขึ้นและมากขึ้นด้วยความใคร่มีสุดเกินจะเก็บกลั้น ขยับแก่นกายเร็วขึ้น มากมายอย่างไม่มีท่าทีจะหยุดหย่อน มือเล็กจากที่เคยโอบคอร่างหนาไว้ เริ่มที่จะควบคุมตัวเองไม่ได้ ปลายเล็บทั้งสองข้างค่อยๆกดจิกลงไปที่แผ่นหลังของร่างหนาจนเลือดซิบ พร้อมกับขูดกรีดเป็นแนวยาว แม้ร่างกายส่วนล่างจะระบมแต่มันก็มีความสุขสมรวมอยู่ในนั้นเช่นกัน ยิ่งนัททำอย่างนี้ผมจึงรู้สึกต้องการเขามากขึ้นไปเรื่อยๆเหมือนมีอาการเสพติดยา มันชั่งบ้าบอ แต่ผมก็สมยอมแต่โดยดี รู้สึกดีมากขึ้นกับสัมผัสนี้ทั้งที่ตอนแรกนั้นเจ็บเจียนตาย ยิ่งเขาเร่งเร้ามากขึ้นเท่าไร ผมยิ่งร้อนลุ่มมากขึ้นเท่านั้น
“อื้อออ อื้ออ” ครางออกมาอย่างเต็มเสียงเพราะอดกลั้นอะไรไว้ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว เสียงหวานครางออกมาเป็นระยะอย่างสุขสม จนทำให้ร่างหนาที่ควบคุมจังหวะอยู่แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ
“อา..ซิน อื้อออ” ร่างหนาครางออกมาด้วยความสุขสมไม่แพ้กัน แม้ในห้องเครื่องปรับอากาศจะเย็นช่ำสักเพียงใดแต่เม็ดเหงื่อร้อนก็ยังผุดออกมาตามผิวกายของทั้งสองคนอยู่ดี
ร่างบางเริ่มยกสะโพกตอบรับสัมผัสร้อนอย่างห้ามไม่อยู่ เนื้อผิวที่ขาวเนียนเกิดอาการแดงซ่านขึ้นทั้งตัวเพราะอารมณ์รัก บวกกับแสงไฟนวลที่สาดส่องลอดมาจากผ้าม่านทำให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงดูยั่วเย้าซะจนเกินห้ามใจ
“อื้ออ ไม่ไหวแล้วนัท อา..”เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างยากเย็นดวงตาจ้องมองไปยังร่างหนาที่อยู่ด้านบนอย่างเขินอาย ดูนัทจะสุขสมมาก ณ ตอนนี้ ดูเขาชั่งมีเสน่ห์แบบเจ้าชู้ และร้อนแรงเหมือนจะร้ายกาจ ต่างไปจากนัทคนเดิมที่ผมเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง คิดไปหน้าก็ขึ้นสีมากขึ้นทั้งอายและ อารมณ์เร่าที่เร่งมาอย่างไม่หยุดยั้ง
จังหวะเร้าเร่งมากขึ้นจนถึงขีดสุดของอารมณ์ ส่วนอ่อนไหวของร่างบางเหมือนเปียกชื้นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับการปลดปล่อย ร่างเบื้องบนก็เช่นกันเร่งจังหวะเร้าสุดท้ายแล้วปลดปล่อยตามออกมา เสียงหอบของทั้งสองฝ่ายดังขึ้นอีกครั้งเมื่อกิจกรรมความใคร่ได้จบลง เพียงไม่นานร่างหนาที่เคยกดทับตัวผมอยู่ก็ถอนตัวออกไปนอนอยู่ข้างๆ เสียงลมหายใจของทั้งสองฝ่ายยังต้องดำเนินต่อไปได้สักพักหนึ่ง ร่างหนาก็พลิกตัวเข้ามาโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมอก
“ดีไหม ซิน” เสียงทุ้มเองออกมา ขณะที่ใช้มือข้างหนึ่งลูบผมของผมอยู่
“คนบ้า!!!” ผมรีบท้วงนัทกลับแล้วทุบลงไปที่อกของเขา แต่นัทไม่เจ็บหรอกผมรู้ดีเพราะผมไม่มีแรงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย แล้วจากนั้นผมก็ไม่ได้พูดอะไรแต่ก็เขยิบเข้าไปเอาหน้าไปซุกอยู่ในอ้อมอกอุ่นๆของเขา และนัทก็กระชับอ้อมกอดของเขาไว้แน่น อ้อมกอดอุ่นๆของนัทนั้นมันให้ผมเริ่มตาปรือ เพราะกิจกรรมน่าอายเมื่อสักครู่นี่มันทำให้ผมอ่อนล้ามากมาย และแล้วผมก็ต้องเผื่อหลับไปจนได้
.
.
.
.
แสงแดดเริ่มสาดส่องเข้ามาทางม่านหน้าต่างบ่งบอกถึงการมาเยี่ยมเยียนของอรุณยามเช้า เปลือกตาของผมค่อยๆปรือขึ้นมากเรื่อยๆ แต่ก็ต้องหลับตาลงไปใหม่เพราะยังไม่ชินกับแสงยามเช้า แต่พอสติสตางค์ของผมเริ่มเข้ารูปเข้าร่าง ผมก็ต้องหลับตาไว้แน่นเพราะอาการเจ็บจี๊ดจากก้นกบแล่นขึ้นมายังสมองทั้งทีที่ผมขยับตัว ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวไปหมด แล้วพอเม้มปากก็ต้องมาเจ็บปากตัวเองอีก เมื่อรับรู้ได้ว่าร่างกายตัวเองเป็นอย่างนี้ ภาพต่างๆนาๆของกิจกรรมเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆยังกับฟิล์มภาพที่กอกลับเปิดเล่นใหม่ นี่ผมทำเรื่องน่าอายอย่างนั้นไปได้อย่างไงก็ไม่รู้ คิดแล้วหน้าก็เริ่มขึ้นสีขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่พอพยายามจะหันไปหาคู่กรณีกลับหายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ‘ได้แล้วทิ้งหรอ’
ความคิดบ้าบอผุดขึ้นมาจากหัวสมองส่วนไหนก็ไม่รู้ ผมว่าผมต้องเป็นบ้าแล้วแน่ๆเลย เมื่อวานตอนหัวค่ำยังจะร้องไห้แทบเป็นแทบตายกับการได้ยินคำบางคำจากปากของเขา พอค่ำปั๊บกลับต้องมาเจอเรื่องน่าอายที่เราดันไปสมยอมเขาอีก อะไรกันเนี่ยชีวิต ผมนอนขดตัวอยู่บนเตียงพร้อมกับความคิดอะไรต่างๆของผมแล้วอยู่ๆผ้าห่มก็เลื่อนขึ้นมาคุ้มตัวของผมไว้มิด ทั้งๆที่ตอนแรกมันคุมแค่เอว
“นอนอย่างนี้จะยั่วกันใช่ไหม” เสียงคู่กรณีของผมดังขึ้นจนผมต้องหันไปหาจนคอแทบเคล็ด
“ไอ้บ้า!! ยั่วอะไรเล่า” ผมหันไปด่านัทที่สงสัยจะพึ่งอาบน้ำเสร็จเพราะเป็นหัวเปียกๆ
“ก็ดูนอนดิ”
“อะไร”
“อีกรอบไหม” นัทก้มลงมากระซิบข้างหูผมขณะที่ผมนอนนิ่งอยู่
“ไอ้บ้า ไอ้หื่น ไอ้โรคจิต” พอผมได้ยินอย่างนั้นก็รีบหันกลับมาด่านัทเข้าไปเป็นชุดจนลืมดูสังขารตัวเอง
“โอ๊ยยยย” เจ็บจี๊ดจนแทบขาดใจ พอร้องโวยวายเสร็จก็ทรุดตัวลงไปนอนกลับเตียงในทันที
“เจ็บหรอ ซิน” เมื่อนัทเห็นผมลงไปนอนน้ำตาเล็ดอยู่กับเตียงก็ทรุดลงกับเตียงเพื่อดูอาการ
“ไม่เจ็บมั้ง” ผมพูดประชดใส่นัทแล้วหันหน้าหนีไปอีกทาง จนนัทต้องล้มตัวลงนอนข้างๆแล้วโอบกอดผมไว้จากด้านหลัง
“โกรธนัทหรอครับ” นัทเอ่ยเสียงเบาพร้อมกับใบหน้าที่เข้าซุกที่ท้ายทอยของผม
“ซินเคยโกรธอะไรนัทได้ล่ะ” ผมทำเสียงงอนใส่เขา
“เมื่อคืนซินพูดจริงหรอ”
“พูดอะไร”
“ที่บอกว่ารักเราไง” นัทพูดจบผมก็ต้องตกใจในทันที นี่นัทยังจำได้อยู่อีกหรอ
“ไม่ได้พูดนะ”
“โกหก!!”
“เฮ้อ รู้แล้วจะถามทำไมล่ะ”
“ก็แค่อยากได้ยินอีกครั้ง”
“จะฟังไปทำไมในเมื่อนัทไม่ได้รักซิน ซินพูดไปซินก็เจ็บซะเปล่าๆ” ผมพูดเสียงนิ่ง เพราะไม่อยากจะไปอารมณ์อะไรกับเรื่องนี้อีกแล้ว
“ว่าไงนะ”
“เรื่องเมื่อคืน..มันคงเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบของนัทใช่ไหม”
“…………..” นัทไม่ยอมตอบอะไรผมกลับมาแล้วค่อยๆคลายกอดผมแล้วไปนั่งที่ข้างเตียง
“หึ มันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบงั้นหรอ”
“แล้วถ้าเราบอกว่ามันคือความต้องการของเราจริงๆล่ะ ซินจะเชื่อเราไหมล่ะ”
“…………”
“เรื่องเมื่อคืนเราตั้งใจให้มันเกิดนะซิน”
“หยุดพูดเถอะนัท ไม่ต้องมารักษาน้ำใจซินหรอก” ผมพูดเสียงอ่อนแต่ก็ยังนอนหันหน้าไปอีกทาง
“หมายความว่าไง”
“นัทไม่ได้รักซินหรอก ซินรู้ดี”
“ซินพูดอะไร”
“พูดความจริงไงล่ะ ว่านัทไม่เคยรักซินเลย แล้วเรื่องเมื่อคืนนัทก็แค่เผลอไผลไป”
“เราพูดหรอว่าเราไม่ได้ชอบซิน”
“ก็ที่บาร์เมื่อคืนไง ที่นัทคุยกับรุ่นพี่ ซินได้ยินมันหมด”
“ซินได้ยินมันหรอ”
“ใช่ ถึงรู้ไงว่าซินมันบ้าบอไปเองคนเดียว” พูดไปก็หันหน้าซุกหมอนนุ่มยกแขนที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นโอบกอดตัวเองเอาไว้แน่น พยายามควบคุมร่างกายตัวเองไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้
“ซินคงเข้าใจเราผิด”
“เข้าใจ ..ผิด?”
“ใช่ เข้าใจผิด เราบอกกับรุ่นพี่แค่ว่าเราไม่ได้เป็นเกย์ แล้วเราก็ไม่เคยคิดจะมองพวกนั้นด้วย”
“ก็ใช่ไง นัทไม่ได้เป็นเกย์ แล้วนัทก็ไม่ได้ชอบพวกนั้นด้วย”
“แต่นัทชอบซินแค่คนเดียวนะ” เมื่อนัทพูดเสร็จก็ก้มลงมาสวมกอดผมอีกครั้ง กดจูบที่แสนอ่อนโยนลงบนแก้มของผมอย่างแผ่วเบา
“………………” ณ ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ถูกนอกจากอึ้ง
“ผู้ชายที่เราชอบก็มีแค่ ซิน คนเดียวเท่านั้น และเราก็ไม่อยากเรียกความรู้สึกของเราที่มีให้ซินว่าอะไรหรอกนะ”
“นัท…” เอ่ยชื่อนัทออกมาทั้งที่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความดีใจ
“นี่ไงเรื่องที่เราจะบอกซินเมื่อวาน”
“………….”
“จำได้ไหมที่เราเคยบอกว่า ถ้าวันไหนเรามั่นใจแล้วว่าความรู้สึกที่เรามีให้ซินเป็นอย่างไงแล้วเราจะบอกซินกับปากของเราเอง”
“…………..”
“ตอนนี้เรามั่นใจแล้วนะ ว่าเรา รักซิน”
“นัท”
“เรารักซินนะ และจะรักซินคนเดียว” เมื่อนัทพูดเสร็จก็ก้มลงมาพรมจูบที่ข้างแก้มของผมอีกครั้ง แล้วนอนลงกอดผมเหมือนเดิม ส่วนผมนั้นก็ยังคงอึ้งอยู่กลับสิ่งที่นัทพูดออกมา ผมฝันไปหรือเปล่า นัทเขาบอกรักผมจริงๆงั้นหรอ ความรู้สึกจากเบื้องลึกของผม ทั้งดีใจ และตื้นตันใจจนบอกไม่ถูก เขารักผมจริงๆงั้นหรอ ผมค่อยๆเลื่อนมือของผมจับไปที่มือของนัทแล้วกุมไว้แน่น และนัทก็กุมมือผมตอบกลับมาเช่นกัน อ้อมกอดของเขาในตอนนี้มันชั่งรู้สึกอบอุ่นมากกว่าอ้อมกอดไหนๆที่นัทเคยโอบกอดผม
.
.
.
“นัทรักซิน จริงๆหรอ ว่าไง”
“ทำไมล่ะครับ”
“อยากได้ยินอีกอะ” ผมทำเสียงอ้อนใส่นัท
“นัทพูดไม่ค่อยเก่งอะ แต่นัทเก่งด้านปฏิบัติมากกว่านะ” พอจบประโยคแล้วก็เริ่มล่วงเกินผมอีกรอบจนได้
“ไม่เอาแล้ว นัท” ผมรีบท้วงออกไปแล้วพยายามผลักหน้าของนัทที่กดจูบซอกคอของผมออก แต่ดูจะยาก เล่นซะเหลือเกิน นัทใช้มือทั้งสองทั้งของเขารั้งแขนของผมไว้พร้อมกับกดจูบลงไปอีกครั้ง จากที่เคยดิ้นเคยขัดขืนก็กลับเปลี่ยนมาสมยอมเขาซะงั้น
…………………………………………………………………..
กลับมาแล้วค่ะ กับตอนที่ 16 พอใจกับตอนนี้กันไหมค่ะ อิอิ
ครั้งนี้อัพช้า….แอบไปเล่นน้ำสงกรานต์มาล่ะ = =’
…ปีใหม่ไทยสักที ขอให้มีความสุขกับวันสงกรานต์กันนะค่ะ
ขอให้รีดเดอร์ทุกคน Happy!!!! >_<
edit @ 15 Apr 2011 07:16:55 by ★ ‧Achromatic‧ ★



ชัดเจนสักทีน้า พี่นัท ปล่อยให้พี่ซินรอนานไปนะ!
แอบสงสารพี่ซินร้องไห้น่าสงสาร TT
แต่สุดท้ายก็รักกันทั้งคู่! > <
NC!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เอนซีมาแล้ววว 555555555. อ่านไปก็จะตายคาคอม
เป็นเอนซีที่เบาเบา นุ่มนวลน่ารักมากเลยค่า
คนอ่านเขินแย่~~ >////<
รอพาทต่อไปอยู่นะค๊า อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงกันต่อ
มาต่อเร็วๆนะคะ เข้ามาดูทุกวันเลย พี่นัทนี่ต่อไปท่าจะหื่นมาก
5555555555. สู้ๆนะค๊า ^^
#1 By JAJAEJUNG (124.120.189.57) on 2011-04-14 20:47